วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้
- กรอก ยอดเงินกู้ ที่ต้องการ ซึ่งเท่ากันทั้งสองข้อเสนอ
- กรอก ดอกเบี้ย ระยะเวลา (เดือน) และ ค่าธรรมเนียม ของสินเชื่อ A
- กรอกข้อมูลชุดเดียวกันสำหรับสินเชื่อ B
- ดูว่าอันไหน ถูกกว่า อยู่เท่าไร และเทียบ ค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม และ APR (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี) ในตาราง
เทียบอย่างไรจึงแฟร์
เครื่องมือคำนวณค่างวดของแต่ละข้อเสนอแบบลดต้นลดดอก จากนั้นหาดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา แล้วบวกค่าธรรมเนียมเป็นต้นทุนการกู้รวม ตัวตัดสินคือต้นทุนรวมนี้ ไม่ใช่ดอกเบี้ยหรือค่างวดอย่างเดียว
ต้นทุนการกู้รวม = ค่างวด × จำนวนงวด − ยอดกู้ + ค่าธรรมเนียม- ค่างวด = P × r(1 + r)^n / ((1 + r)^n − 1)
- P = ยอดกู้ r = ดอกเบี้ยต่อเดือน n = จำนวนงวด
- APR = ดอกเบี้ยต่อปีที่รวมค่าธรรมเนียมเข้าไปแล้ว
APR ในตารางรวมค่าธรรมเนียมแล้ว ช่วยให้เห็นภาพว่าข้อเสนอที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าอาจมีต้นทุนจริงสูงกว่าที่เห็น
ตัวอย่าง: กู้ 1,000,000 บาท 5 ปี เทียบ 7 ปี
สินเชื่อ A ดอกเบี้ย 8% ผ่อน 60 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียม ค่างวด 20,276 บาท ดอกเบี้ยรวม 216,584 บาท สินเชื่อ B ดอกเบี้ย 7.2% ผ่อน 84 เดือน ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท ค่างวด 15,191 บาท ดอกเบี้ยรวม 276,013 บาท รวมค่าธรรมเนียมเป็น 286,013 บาท
สินเชื่อ A ถูกกว่า B อยู่ 69,430 บาท ทั้งที่ดอกเบี้ยสูงกว่า เพราะ B ผ่อนนานกว่าและมีค่าธรรมเนียม APR ของ A คือ 8.00% และของ B คือ 7.51% แต่ B ค่างวดต่ำกว่า 5,085 บาทต่อเดือน เลือกตามว่าคุณให้ความสำคัญกับต้นทุนรวมหรือค่างวดรายเดือน
ใช้ผลลัพธ์ตัดสินใจอย่างไร
ถ้ากระแสเงินสดรายเดือนตึง ข้อเสนอที่ค่างวดต่ำกว่าอาจจำเป็น แม้ต้นทุนรวมสูงกว่า แต่ถ้ามีเงินเหลือ ควรเลือกต้นทุนรวมต่ำสุดและระยะเวลาสั้นที่สุดที่ไหว
นอกจากนี้ให้ถามเรื่องค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด หากมีโอกาสโปะเพิ่ม ข้อเสนอที่ไม่มีค่าปรับอาจคุ้มกว่า ใช้ เครื่องคำนวณปิดหนี้ก่อนกำหนด ประเมินผลการโปะ และดู เครื่องคำนวณ Flat Rate หากข้อเสนอใดโฆษณาเป็น Flat Rate
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เทียบเฉพาะดอกเบี้ยโดยไม่ดูค่าธรรมเนียมและระยะเวลา
- ตัดสินจากค่างวดต่ำสุดอย่างเดียว ซึ่งมักแปลว่าผ่อนนานและจ่ายดอกเบี้ยรวมมาก
- เทียบข้อเสนอ Flat Rate กับลดต้นลดดอกโดยไม่แปลงเป็นดอกเบี้ยจริง
- ลืมถามเบี้ยประกันที่บังคับซื้อพร้อมสินเชื่อ
ข้อสมมติและข้อจำกัด
เครื่องมือสมมติว่าดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา ค่างวดเท่ากันทุกเดือน และคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ไม่รวมภาษี เบี้ยประกัน ค่าปรับ และผลของการโปะเพิ่ม ตัวเลขเป็นการประมาณ ใช้สัญญาและตารางผ่อนชำระจากผู้ให้กู้ยืนยันก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
เทียบสินเชื่อควรดูอะไรบ้าง
ดูต้นทุนรวม ดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และค่างวดรายเดือนที่คุณจ่ายไหว
ดอกเบี้ยต่ำกว่าแปลว่าถูกกว่าเสมอไหม
ไม่เสมอไป ถ้าผ่อนนานกว่าหรือมีค่าธรรมเนียมสูง ต้นทุนรวมอาจมากกว่า ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นชัด
ใส่ค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
ค่าที่จ่ายล่วงหน้าหรือหักจากยอดกู้ เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าประเมิน หรือเบี้ยประกันที่บังคับ
เทียบสองข้อเสนอที่ยอดกู้ต่างกันได้ไหม
เครื่องมือใช้ยอดกู้เท่ากันเพื่อให้เปรียบเทียบเป็นธรรม ถ้ายอดต่าง ให้คำนวณทีละข้อเสนอแล้วเทียบ APR