วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้
- กรอก รายได้ต่อเดือนก่อนหักภาษี
- ใส่ ค่าเช่าหรือค่างวดบ้าน และ ค่างวดรถยนต์
- ใส่ ยอดชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต ค่างวดเงินกู้การศึกษา (เช่น กยศ.) และ ค่างวดหนี้อื่น
- อ่าน สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) พร้อมคำอธิบายระดับ และ รายได้เหลือหลังชำระหนี้
DSR / DTI คำนวณอย่างไร
สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) หรือที่ธนาคารไทยมักเรียก DSR (Debt Service Ratio) คือค่างวดหนี้ทั้งหมดต่อเดือนหารด้วยรายได้ต่อเดือน แล้วคูณ 100
DTI = (ค่างวดหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ÷ รายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือน) × 100- ค่างวดหนี้ = ค่าที่อยู่อาศัย + รถ + บัตรเครดิตขั้นต่ำ + เงินกู้การศึกษา + หนี้อื่น
- รายได้ = รายได้รวมต่อเดือนก่อนหักภาษี
- ไม่รวมค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ไม่ใช่หนี้
เครื่องมือนี้ยังแสดงสัดส่วนค่าที่อยู่อาศัยแยกต่างหาก คือค่าเช่าหรือค่างวดบ้านหารด้วยรายได้ ซึ่งช่วยดูว่าที่อยู่อาศัยกินรายได้เท่าไร
ตัวอย่าง: รายได้ 40,000 บาท
รายได้ 40,000 บาท ค่างวดบ้าน 10,000 บาท ค่างวดรถ 6,000 บาท และขั้นต่ำบัตรเครดิต 1,500 บาท รวมภาระหนี้ 17,500 บาท คิดเป็น 43.75% ของรายได้ ส่วนสัดส่วนค่าที่อยู่อาศัยคือ 25% และเหลือรายได้หลังชำระหนี้ 22,500 บาท
ถ้ามีหนี้อื่นเพิ่มอีก 5,000 บาท ภาระรวมเป็น 22,500 บาท สัดส่วนขึ้นเป็น 56.25% เหลือรายได้ 17,500 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงมาก
อ่านผลลัพธ์อย่างไร
เครื่องมือแบ่งระดับตามเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้ในหลายประเทศ คือต่ำกว่า 36% ดี ถึงราว 43% พอไหว ถึง 50% สูง และเกินนั้นสูงมาก เกณฑ์เหล่านี้เป็นแนวทางเทียบเท่านั้น ธนาคารในไทยแต่ละแห่งกำหนดเกณฑ์ DSR ของตัวเองตามประเภทสินเชื่อและรายได้
ถ้าตั้งใจกู้ซื้อบ้าน ลองใช้ เครื่องคำนวณราคาบ้านที่ซื้อได้ ดูว่าสัดส่วนที่ยอมรับได้ให้วงเงินเท่าไร และ เครื่องคำนวณสินเชื่อบ้าน ดูค่างวดของบ้านที่สนใจ
วิธีลดสัดส่วนหนี้
- ปิดหนี้ก้อนเล็กที่ค่างวดสูงก่อน เช่น บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ดู เครื่องคำนวณปลดหนี้บัตรเครดิต
- โปะเงินต้นเพื่อลดค่างวดหรือย่นระยะเวลา ใช้ เครื่องคำนวณปิดหนี้ก่อนกำหนด
- รวมหนี้ดอกเบี้ยสูงเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่า ถ้าค่างวดรวมลดลงจริง
- เพิ่มรายได้ที่พิสูจน์ได้ เช่น รายได้เสริมที่มีเอกสาร หรือกู้ร่วมกับคู่สมรส
- เลื่อนการกู้ใหม่ออกไปจนกว่าสัดส่วนจะลดลง
สิ่งที่เครื่องมือนี้ไม่ได้รวม
เครื่องมือนี้ใช้รายได้ก่อนหักภาษีและรวมเฉพาะค่างวดหนี้ที่คุณกรอก ไม่รวมค่าครองชีพ ค่าผ่อนสินค้าที่ไม่ผ่านเครดิตบูโร หรือภาระที่ธนาคารอาจนับเพิ่ม เช่น วงเงินบัตรที่ยังไม่ได้ใช้ ธนาคารอาจปรับรายได้ที่นับได้ตามประเภท เช่น โบนัสหรือรายได้ไม่ประจำ
ใช้เป็นการตรวจสุขภาพการเงินเบื้องต้น ไม่ใช่การรับรองว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อ
คำถามที่พบบ่อย
DSR กับ DTI ต่างกันไหม
แนวคิดเดียวกัน คือภาระชำระหนี้เทียบรายได้ ธนาคารในไทยมักเรียก DSR ส่วน DTI เป็นคำที่ใช้ในต่างประเทศ รายละเอียดการนับของแต่ละแห่งอาจต่างกัน
สัดส่วนหนี้ต่อรายได้เท่าไรถึงดี
ยิ่งต่ำยิ่งดี เครื่องมือนี้ถือว่าต่ำกว่า 36% เป็นระดับดี แต่เกณฑ์อนุมัติจริงขึ้นกับผู้ให้กู้แต่ละราย
ต้องนับค่าเช่าบ้านเป็นหนี้ไหม
ในเครื่องมือนี้นับรวมเพื่อดูภาพรวมภาระที่อยู่อาศัย ธนาคารอาจไม่นับค่าเช่า แต่จะนับค่างวดบ้านที่ผ่อนอยู่
ควรใช้รายได้ก่อนหรือหลังหักภาษี
ใช้รายได้ก่อนหักภาษีเหมือนที่ผู้ให้กู้ส่วนใหญ่ใช้เป็นฐานคำนวณ แต่ควรดูรายได้สุทธิของคุณเองประกอบการวางแผนด้วย