วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้
- กรอก ราคาสินค้า A และ ขนาดหรือปริมาณสินค้า A (เช่น 500 มล. หรือ 12 ชิ้น)
- กรอกราคาและขนาดของสินค้า B ในหน่วยเดียวกัน
- ดูราคาต่อหน่วยและต่อ 100 หน่วยของทั้งสองแบบ
- อ่านว่าสินค้าไหนถูกกว่าต่อหน่วย และถูกกว่ากี่เปอร์เซ็นต์
ราคาต่อหน่วยคืออะไร
ราคาต่อหน่วยคือราคาหารด้วยปริมาณ ช่วยเทียบสินค้าที่ขนาดบรรจุต่างกัน เช่น น้ำยาซักผ้า 500 มล. กับ 1,000 มล. หรือกาแฟ 12 ซองกับ 30 ซอง ซึ่งป้ายราคาไม่ได้เทียบให้โดยตรง
ราคาต่อหน่วย = ราคา ÷ ปริมาณ ; ถูกกว่า % = (ต่อหน่วยแพงกว่า − ต่อหน่วยถูกกว่า) ÷ แพงกว่า × 100- ราคา = ราคาที่จ่าย
- ปริมาณ = ขนาดหรือจำนวนในหน่วยเดียวกัน
- ต่อ 100 หน่วย = ราคาต่อหน่วย × 100
ราคาต่อ 100 หน่วยช่วยให้ตัวเลขอ่านง่าย เพราะราคาต่อ 1 มล. มักเป็นเศษส่วนเล็กมาก
ตัวอย่าง
สินค้า A ราคา 45 บาท ปริมาณ 500 และสินค้า B ราคา 79 บาท ปริมาณ 1,000 ต่อ 100 หน่วย A อยู่ที่ 9.00 บาท B อยู่ที่ 7.90 บาท สินค้า B ถูกกว่าต่อหน่วยอยู่ 12.22%
แต่ B ต้องจ่ายมากกว่าตอนซื้อ 34 บาท ถ้าใช้ไม่หมดหรือของหมดอายุก่อน อาจไม่คุ้มจริง
คุ้มจริงเมื่อไร
แพ็กใหญ่คุ้มเมื่อคุณใช้หมดก่อนหมดอายุ และมีที่เก็บ สินค้าที่เก็บได้นาน เช่น ข้าวสาร น้ำยาทำความสะอาด หรือทิชชู่ มักคุ้มเมื่อซื้อแพ็กใหญ่
ถ้ามีโปรโมชั่น ให้คำนวณราคาหลังลดก่อนกรอก ดู เครื่องคำนวณส่วนลด และรวม VAT ให้เหมือนกันทั้งสองราคา ดู เครื่องคำนวณ VAT
ข้อควรระวัง
- ใช้หน่วยเดียวกัน เช่น แปลงลิตรเป็นมิลลิลิตรก่อนกรอก
- ดูปริมาณสุทธิบนฉลาก ไม่ใช่ขนาดกล่อง
- เปรียบเทียบคุณภาพและยี่ห้อด้วย ไม่ใช่เฉพาะราคา
- ระวังบรรจุภัณฑ์ที่ลดปริมาณโดยราคาเท่าเดิม
ข้อจำกัด
เครื่องมือเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลขราคาต่อปริมาณ ไม่รวมคุณภาพ วันหมดอายุ ค่าขนส่ง หรือโอกาสที่ใช้ไม่หมด ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์เดียวในการซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ราคาต่อหน่วยคำนวณอย่างไร
เอาราคาหารด้วยปริมาณ เช่น 45 บาท 500 มล. เท่ากับ 0.09 บาทต่อมล.
ต้องใช้หน่วยเดียวกันไหม
ต้องใช้ เช่น เทียบกรัมกับกรัม มล. กับ มล. ไม่เช่นนั้นผลผิด
แพ็กใหญ่ถูกกว่าเสมอไหม
ไม่เสมอไป บางครั้งแพ็กเล็กลดราคาแล้วถูกกว่า ต้องคำนวณเทียบเอง
รวมค่าส่งในราคาไหม
ถ้าซื้อออนไลน์ควรรวมค่าส่งในราคาแต่ละแบบเพื่อเทียบอย่างยุติธรรม
ควรซื้อของแพ็กใหญ่เมื่อไร
เมื่อใช้ได้หมดก่อนหมดอายุ และเงินที่ประหยัดมากกว่าความยุ่งยากหรือค่าเก็บรักษา